วิธีซ่อมบำรุง เมื่อผนังไม่สวย เก่า ให้กลับมาสวยน่ามอง

วิธีซ่อมบำรุง เมื่อผนังไม่สวย เก่า ให้กลับมาสวยน่ามอง ถ้าบ้าน มีปัญหาเรื่องผนังบ้าน เมื่อกาลเวลาผ่านไป ทิ้งร่องรอย และทำร้ายผนังบ้าน เมื่อผนังเกิดสีหลุดลอก ผนังบวม สีซีด เกิดคราบรา ผนังที่ดูไม่สวยงามเหล่านั้น ก็สามารถแก้ไขทำได้หลายวิธี เราไปชมกัน

1.ทาสีใหม่ไปเลยจ้า

วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ควรใช้บริการจากช่างทาสีมืออาชีพ ทำตามขั้นตอนอย่างเหมาะสม และ ทาสีได้มีคุณภาพ ทำให้สีสวย เรียบเนียน และ คงทน คุ้มค่า มากกว่าทาด้วยตนเอง แต่ถ้าจะต้องการทาสีใหม่ด้วยตนเอง ขูดสีที่หลุดลอกออกให้หมด ทำความสะอาดก่อนทาสี

2. จัดเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ใหม่

หากยังไม่อยากทาสีใหม่ ใช้วิธีจัดเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ใหม่ เพื่อปิดอำพรางผนังห้อง

3. ป้องกัน

ความชื้น ความสกปรก ผนังที่มีสีซีด ปัญหาเหล่านี้ควรจัดการแก้ไขให้เรียบร้อย ก็จะช่วยให้ผนังมีความคงทน และสวยงามไปอีกนานได้ การดูแลผนังบ้านเป็นอย่างดี ก็ช่วยยืดอายุของผนังสวยๆ ไปได้อีกนาน

ผนังส่วนต่อเติมชิดแนวรั้วเกิดความชื้น มีวิธีแก้ปัญหาหรือการป้องกันอย่างไร

การต่อเติมผนังบ้านจนชิดแนวรั้ว พบเห็นได้ทั่วไปในบ้านเดี่ยวที่มีที่ดินไม่มาก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วตามกฎหมายควบคุมอาคาร ผนังอาคารที่เป็นผนังทึบจะต้องห่างจากเขตที่ดินไม่น้อยกว่า 50 ซม. (หรือไม่น้อยกว่า 1 เมตร สำหรับบ้านในเขตกทม.ที่มีพื้นที่ใช้สอยเกิน 300 ตารางเมตร) หากจะสร้างชิดเขตที่ดินต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดินข้างเคียงเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างไรก็ตามการสร้างผนังอาคารชิดแนวรั้วมักเกิดปัญหาเรื่องความชื้นที่ผนัง มีราขึ้น และสีลอก หรือกระเบื้องหลุดล่อนได้ เนื่องจากน้ำฝนไหลเข้าไปขังในร่องระหว่างผนังกับรั้ว อีกทั้งผนังก่ออิฐด้านที่ชิดกับรั้วก็ไม่สามารถฉาบปูนปิดกันน้ำได้

หากเป็นการทำพื้นและผนังใหม่ตั้งแต่ต้น ควรหล่อคอนกรีตพื้นและผนังเป็นเนื้อเดียวกันเหมือนการทำบ่อน้ำ โดยผสมน้ำยากันซึมเข้าไปในเนื้อคอนกรีตด้วย ความสูงของผนังที่หล่อควรสูงอย่างน้อย 1 เมตรเพื่อช่วยป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมที่ผนังและลดปัญหาความชื้นจากดิน อย่างไรก็ตาม ความชื้นจากดินในช่องว่างระหว่างผนังและรั้วจะยังคงมีอยู่อย่างเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นจึงควรหล่อผนังให้ห่างจากรั้วอย่างน้อย 10 ซม. เพื่อให้สามารถใช้อุปกรณ์ทาวัสดุกันซึมที่ผนังด้านที่ติดกับรั้วได้ (ประสิทธิภาพการป้องกันความชื้นหรือกันซึมจะดีกว่าการทาที่ผนังด้านในบ้าน) ส่วนผนังที่เหลือสามารถก่ออิฐตามความสูงที่ต้องการ และด้านบนของผนังให้ครอบปิดช่องว่างด้วย Flashing เพื่อป้องกันฝน

การแก้ปัญหาในเบื้องต้นควรติดตั้ง Flashing (สังกะสี/เมทัลชีท/สเตนเลส) พับเป็นตัวแอล ครอบยาวตลอดแนวระหว่างผนังกับรั้ว เพื่อป้องกันน้ำฝนไม่ให้ไหลเข้าไปในร่อง ในส่วนของผนังที่เกิดความชื้นควรรื้อกระเบื้องหรือลอกสีที่พองและลอกล่อนออก จากนั้นสามารถเลือกแนวทางแก้ไขได้ 2 วิธี วิธีแรกให้ทาผนังด้วยสีอะคริลิกประเภทที่ยอมให้ความชื้นระเหยออกมาได้ (สีหายใจได้) ซึ่งต้องควบคู่กับการระบายอากาศที่ดีภายในบ้านด้วย อีกวิธีคือทาด้วยวัสดุกันซึมประเภทอีพ็อกซีสำหรับทาที่ผนังด้านในโดยเฉพาะ (หาซื้อได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากยังมีผู้ผลิตน้อยราย ส่วนใหญ่จะเป็นวัสดุกันซึมประเภทที่ทาด้านที่โดนความชื้น) จากนั้นจึงทาสีภายในหรือปูกระเบื้องตกแต่งตามต้องการ

นอกจากนี้ในกรณีที่รั้วเป็นของบ้านเราและไม่ได้ใช้ร่วมกับใคร หรือในกรณีที่รั้วใช้ร่วมกันและเพื่อนบ้านอนุญาต ก็อาจจะทุบรั้วแล้วก่อผนังทึบขึ้นมาแทนที่รั้ว โดยผนังจะต้องไม่ล้ำเข้าไปในเขตที่ดินข้างเคียง ก็จะแก้ปัญหาช่องว่างระหว่างผนังกับรั้วไปได้

โดยสรุปแล้วการสร้างผนังอาคารชิดรั้วมักจะต้องเจอปัญหาเรื่องน้ำและความชื้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงในการป้องกันและแก้ไข และอาจจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ 100% รวมถึงพื้นที่โดยรอบที่ดินซึ่งมักเป็นแนวท่อระบายน้ำ การต่อเติมอาคารทับแนวท่อระบายน้ำจะทำให้มีฝาท่ออยู่ในบ้าน ซึ่งมีโอกาสที่จะทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ โดยเฉพาะหากส่วนต่อเติมมีช่องระบายอากาศน้อย ดังนั้นหากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่ควรสร้างผนังอาคารชิดแนวรั้ว ควรเว้นอย่างน้อย 50 ซม. หรือ 1 เมตรจากแนวที่ดิน จะช่วยลดปัญหาเรื่องความชื้นที่ผนัง อีกทั้งยังถูกต้องตามกฎหมาย และผนังไม่ทับแนวท่อระบายน้ำใต้ดินซึ่งความเสี่ยงทั้งเรื่องกลิ่นและโอกาสในการรั่วซึมได้ในอนาคต